นายฟิลิป เชียง ชอง แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปัจจุบันผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่มีข้อมูลเครดิตลูกค้า ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร โดยการดำเนินการขอสินเชื่อเดิมอาจกินระยะเวลา 1-2 อาทิตย์ นอกจากนี้ ด้วยระดับหนี้ครัวเรือนปัจจุบันที่สูงกว่า 90% ทำให้ลูกค้าโดนปฏิเสธมากกว่า 60% ส่งผลให้ผู้ขอสินเชื่อและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีต้นทุนค่าเสียโอกาสจำนวนมาก
“ธนาคารให้ความสำคัญกับการยกระดับกระบวนการให้บริการทางการเงินให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ายุคดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการขอสินเชื่อบ้าน ซึ่งถือเป็นสินเชื่อที่มีมูลค่าสูงและมีความสำคัญต่อชีวิตของลูกค้าเป็นอย่างมาก ธนาคารจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่างไอคอน เฟรมเวิร์ค เครดิตบูโร และ NDID พัฒนากระบวนการขอสินเชื่อบ้านที่เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาครั้งใหญ่ของประเทศไทย เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเงินมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการ โดยการพัฒนานี้สามารถลดระยะเวลาในการพิจารณาสินเชื่อบ้านลงจากเดิม 1-2 อาทิตย์ เหลือเพียง 1-2 วัน มีความแม่นยำสูง ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับผู้ขอสินเชื่อ ผู้พัฒนาอสังหาฯ และธนาคารได้กว่า 60% นอกจากนี้ ธนาคารยังมองว่าเป็นการขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น”
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) กล่าวว่า “ทางเครดิตบูโร มีการพัฒนา เครดิตสกอริ่ง มาแล้วกว่า 5 ปี ซึ่งพัฒนา Model ด้วยวิธีที่ยอมรับในระดับโลกมาใช้ในประเทศไทยโดยครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่นำ เครดิตสกอริ่ง มาใช้เพื่อช่วยลูกค้าในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และถือเป็นต้นแบบ Model ในการพัฒนาไปยัง Use Case อื่นๆต่อไป ในอนาคต”
นายบุญสันต์ ประสิทธิ์สัมฤทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะ Infrastructure Platform NDID มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ซึ่งตรงกับ Mission ของ NDID Platform ในการสร้างมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล โดยบริการ NDID eKYC และ eConsent เพื่อขอข้อมูลเครดิตจะอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ลดต้นทุนการดำเนินการของธุรกรรมดิจิทัล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นการก้าวสู่ธุรกิจใหม่ของ NDID อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลดีไปยังผู้ขอสินเชื่อเป็นอย่างมาก”
นายวรรณเทพ หรูวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอคอน เฟรมเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า “การก้าวย่างในครั้งนี้ ของ ICON Framework นับว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญอีกครั้ง จากการเป็นผู้ให้บริการ CRM กับผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเราก็เห็นว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการ มีปัญหาเรื่องการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร อยู่ในระดับที่สูง ดังนั้นเราได้ร่วมพัฒนากระบวนการดังกล่าว เพื่อให้ลูกค้าของเรามีประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น และการทำงานครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ ของความร่วมมือกันใน ระหว่างอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และภาคธนาคาร ที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้อีกด้วย จากการปฏิวัติการขอสินเชื่อในครั้งนี้ คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง กระบวนการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถต่อยอดบริการใหม่ๆ ต่อไปในอนาคต และที่สำคัญที่สุดถือเป็นครั้งแรกของประเทศ ที่จะนำเรื่อง เครดิตสกอริ่ง มาผนวกกับ Digital Mortgage และปรับกระบวนการทำงานอย่างจริงจัง เพื่อลดยอดปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารได้ในที่สุด”
เกี่ยวกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ที่ประกอบด้วยธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด โดยธนาคารมีวิสัยทัศน์ในการนำทรัพยากรสู่ลูกค้าอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเปี่ยมประสิทธิภาพด้วยบริการที่เหนือความคาดหมาย ทั้งนี้ ธุรกิจของธนาคารครอบคลุมสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อย เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อส่วนบุคคล ตลอดจนเชื่อมโยงกับธุรกิจด้านตลาดทุน ที่ประกอบด้วยธุรกิจวานิชธนกิจ (Investment Banking) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล (Wealth Management) ธุรกิจการลงทุน (Direct Investment) และธุรกิจจัดการกองทุน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kkpfg.com


